Archive

ความรู้ขั้นสูงในวันที่มหาวิทยาลัยอาจไม่เหมือนเดิม

มุมมองต่อการเรียนต่อโท–เอกและอนาคตมหาวิทยาลัย เมื่อปริญญาไม่ได้รับประกันงาน แต่ความรู้พื้นฐานที่ลึก การคิดแก้ปัญหา และการเรียนรู้ด้วยตนเองยังเป็นสิ่งที่ควรพัฒนา
หมวด: มหาวิทยาลัย การเรียนรู้ และอนาคตการทำงาน
วันที่โพสต์: 10 October 2026 · 10:42 น.
ที่มา: Facebook post archive
higher-educationgraduate-educationfuture-of-universityfundamental-knowledgeself-directed-learningai
Rewritten Post
ความรู้ขั้นสูงในวันที่มหาวิทยาลัยอาจไม่เหมือนเดิม
ภาพกลุ่มศิลปินและผู้ร่วมเล่นดนตรีถือกีตาร์บนเวที จากโพสต์ต้นฉบับ
ภาพประกอบจากโพสต์ต้นฉบับ · คลิกเพื่อดูภาพขยายใหญ่

มีคนส่งคลิปเกี่ยวกับชีวิตอาจารย์มหาวิทยาลัยมาให้ดู พร้อมคำถามว่าการเป็นอาจารย์ยังดีอยู่หรือไม่ และควรเรียนต่อปริญญาโท–เอกกันหรือเปล่า ผมเห็นว่าปัญหาหลายอย่างที่คลิปพูดถึงมีอยู่จริง แม้สถานการณ์ปัจจุบันยังไม่ได้แย่ไปทั้งหมด แต่เมื่อมองไปข้างหน้า ผมกังวลต่ออนาคตของระบบมหาวิทยาลัย

สำหรับเรื่องเรียนต่อ ผมยังมองว่า ความรู้ขั้นสูงมีคุณค่า ปัญหาที่คนเรียนแล้วไม่เห็นเส้นทางทำงานหรือรายได้ที่เหมาะสม สะท้อนข้อจำกัดของระบบบ้านเราในการเปิดโอกาสให้นำความรู้ไปใช้ด้วย การตัดสินใจเรื่องการศึกษาจึงต้องพิจารณาทั้งสิ่งที่จะเรียนรู้และเงื่อนไขชีวิตหลังเรียนจบ

เรียนต่อให้เห็นความจริงว่าปริญญาไม่ได้รับประกันอนาคต

คนจำนวนหนึ่งลังเลที่จะเรียนโท–เอก เพราะไม่รู้ว่าจะไปทำงานอะไร และงานที่มองเห็นก็ให้ค่าตอบแทนไม่มาก ขณะที่ในต่างประเทศยังมีคนเรียนและมีทุนสนับสนุน ความรู้ระดับสูงจึงยังเป็นที่ต้องการในสังคมโลก แม้ระบบของเราอาจยังใช้ประโยชน์จากความรู้นั้นได้ไม่คุ้มค่า

สำหรับคนที่เรียนไปแล้ว ผมยังเชียร์ให้เรียนจนจบ โดยมองตามความจริงว่า ปริญญาเพียงอย่างเดียว ไม่ได้ประกันงาน รายได้ หรืออนาคต สิ่งที่ต้องพัฒนาควบคู่กันคือความสามารถที่จะนำความรู้ไปทำงานและแก้ปัญหาได้จริง

รูปแบบมหาวิทยาลัยอาจไปต่อยาก แต่ยังมีโจทย์ที่ต้องใช้ความรู้ลึก

สำหรับคนที่เพิ่งเข้าปริญญาตรี ผมคิดว่าในอีกสิบปีข้างหน้า มหาวิทยาลัยอาจปิดตัวลงนับสิบแห่ง และระบบที่เราเห็นในวันนี้อาจอยู่ต่อในรูปแบบเดิมไม่ได้ นี่เป็นมุมมองต่ออนาคตที่ผมกังวล และเป็นเหตุให้ต้องเตรียมตัวรับการเปลี่ยนแปลง

สิ่งที่ผมยังให้ความสำคัญคือ ความสามารถในการคิดและแก้ปัญหา โดยเฉพาะงานที่ AI และ robotics ยังทำแทนไม่ได้ การเรียนจึงควรพาไปสู่ความเข้าใจที่ลึกพอจะคิดต่อ ทดลอง และสร้างสิ่งใหม่ได้ด้วยตนเอง

พื้นฐานที่เข้าใจลึกยังเป็นฐานของการสร้างสิ่งใหม่

ความรู้พื้นฐานทางเกษตรและชีววิทยา รวมถึงฟิสิกส์และเครื่องจักรกล ยังนำไปใช้สร้างสิ่งใหม่และแก้ปัญหาจริงได้ แต่ผู้เรียนต้องพัฒนาจนสามารถเชื่อมความรู้นั้นกับโจทย์ที่ซับซ้อน และทำงานที่เทคโนโลยียังทำแทนไม่ได้

ในมุมนี้ ความรู้พื้นฐาน ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องฝึกให้เข้าใจอย่างลึกซึ้ง เพื่อใช้คิด ทดลอง และลงมือทำ การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีทำให้เราต้องพิจารณาต่อว่าความรู้ที่มีจะนำไปสร้างความสามารถแบบใด

มหาวิทยาลัยอาจกลายเป็นพื้นที่ที่คนพร้อมเรียนรู้มาพบกัน

ผมนึกถึงมหาวิทยาลัยรูปแบบใหม่ที่อาจคล้ายห้องประชุมหรือร้านกาแฟ เป็นพื้นที่ให้ผู้รู้ในศาสตร์ต่าง ๆ ผู้ประกอบการ และคนที่มีโจทย์จริงมาร่วมกันแก้ปัญหา พร้อมฝึกคนรุ่นใหม่ไปด้วย ผู้เรียนจึงต้องเตรียมตัวและฝึกฝนด้วยตนเองให้พร้อมสำหรับการทำงานกับคนเหล่านั้น

ผมเปรียบเรื่องนี้กับการหัดเล่นกีตาร์ เราต้องฝึกจนเล่นเป็นและมีฝีมือก่อน จึงมีโอกาสไปพบและเล่นร่วมกับคนเก่ง เหมือนตัวอย่างน้องเนเน่ที่ได้เล่นกับ Linkin Park การเรียนรู้ด้วยตนเองจึงเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมพร้อมให้ใช้โอกาสเมื่อได้พบคนและโจทย์ที่เหมาะสม

ผมจึงยังเชียร์ให้ทุกคนหาความรู้ เรียนให้เก่ง คิดให้เป็น และแก้ปัญหาให้ได้ แม้มหาวิทยาลัยในอนาคตจะไม่เหมือนเดิม ความเข้าใจและความสามารถที่เราฝึกไว้ยังเป็นสิ่งที่จะใช้เดินต่อไป

Original
ลิงก์อ้างอิง:
f
Original Facebook Post
แฟนคลับส่งคลิป ทำนองว่า เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยมันดีไหม (ในคอมเมนต์) แล้วควรเรียนต่อโท–เอกกันดีหรือเปล่า ในคลิปพูดถึงปัญหาของมหาวิทยาลัยหลายอย่าง ผมก็บอกตามตรงว่า มันจริงตามนั้นครับ ถามว่าตอนนี้แย่มากไหม ก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น แต่ถ้าถามถึงอนาคต ผมว่าดูไม่ดีเอาเสียเลย ส่วนเรื่องเรียนต่อ ผมตอบอีกแบบครับ ช่วงนี้คนไม่ค่อยเรียนปริญญาโทเอก เพราะเรียนแล้วไม่รู้จะไปทำงานอะไร งานที่มีก็เงินเดือนจิ๊บ ๆ มองไม่เห็นอนาคต ประกอบกับปัญหาโครงสร้างอย่างที่พูดกันในคลิปนั่นแหละครับ แต่เมื่อมองไปต่างประเทศ ยังมีคนเรียนกันมาก มีทุนให้เรียนฟรีอีกมากมาย ความรู้ขั้นสูงยังจำเป็นต่อสังคมโลกครับ เพียงแต่ระบบบ้านเราอาจไม่ได้เปิดโอกาสให้คนเอาความรู้นั้นไปใช้ได้คุ้มค่า ใครเรียนไปแล้ว ผมยังเชียร์ให้เรียนให้จบ อย่าเพิ่งทิ้ง แต่ต้องมองความจริงด้วยว่า ปริญญาอย่างเดียวไม่ได้รับประกันงาน รายได้ หรืออนาคต ส่วนใครเพิ่งเข้า ป.ตรี ผมอยากบอกว่า อีกสิบปีข้างหน้า ผมคิดว่ามหาวิทยาลัยอาจเจ๊งกันนับสิบแห่ง ระบบที่เป็นอยู่ทุกวันนี้น่าจะอยู่ต่อไปแบบเดิมไม่ได้ แต่ความรู้ขั้นสูงจะยังมีคุณค่า โดยเฉพาะความสามารถในการคิดและแก้ปัญหาที่ AI ยังทำแทนไม่ได้ ความรู้พื้นฐานก็ยังสำคัญครับ โดยเฉพาะการนำพื้นฐานทางเกษตรและชีววิทยา รวมถึงฟิสิกส์และเครื่องจักรกล ไปสร้างสิ่งใหม่หรือแก้ปัญหาจริง แต่ต้องพัฒนาไปให้ถึงงานที่ AI และ robotics ยังทำแทนไม่ได้ ซึ่งก็ต้องอาศัยความเข้าใจพื้นฐานที่ลึกพอจะคิดต่อ ทดลอง และสร้างอะไรขึ้นมาเองได้ คุณอาจได้เจอมหาวิทยาลัยรูปแบบใหม่ คล้ายห้องประชุม คล้ายร้านกาแฟ เป็นพื้นที่ที่คนเก่งมาเจอกัน ทั้งผู้รู้ในศาสตร์ต่าง ๆ ผู้ประกอบการ และคนที่มีโจทย์จริง มาช่วยกันแก้ปัญหา พร้อมกับฝึกคนรุ่นใหม่ไปด้วย คนรุ่นใหม่ก็ต้องพร้อมเรียนรู้และฝึกฝนด้วยตัวเองมาให้ดีพอ จะรอให้ใครป้อนทุกอย่างเหมือนเดิมคงไม่ได้แล้ว เหมือนหัดเล่นกีตาร์ครับ คุณต้องฝึกจนเล่นเป็น พอมีฝีมือ มีแวว ก็มีโอกาสได้เจอและเล่นกับคนเก่ง เหมือนน้องเนเน่ Nene Royal FC �� ที่ได้เล่นกับ Linkin Park ผมมองว่ามหาวิทยาลัยจะขยับไปในทางนั้น ธรรมชาติก็ยังคัดสรรเหมือนเดิมครับ เพียงแต่ความสามารถที่ทำให้เราอยู่รอด อาจไม่เหมือนเดิมแล้ว ผมจึงยังเชียร์ให้ทุกคนหาความรู้ครับ เรียนให้เก่ง คิดให้เป็น แก้ปัญหาให้ได้ แล้วเราจะอยู่รอด แม้มหาวิทยาลัยจะไม่เหมือนเดิมก็ตาม
บทความอื่นที่เกี่ยวข้อง