เมื่อ AI อาจทำให้มนุษย์กลายเป็นทรัพยากรส่วนเกิน
เราคุ้นเคยกับโจทย์การขาดแคลนแรงงาน และการพัฒนาคนให้มีความรู้และทักษะเพียงพอกับความต้องการของเศรษฐกิจ แต่ AI อาจทำให้เงื่อนไขนี้เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว หากการผลิตสินค้าและบริการใช้คนน้อยลงมาก ในขณะที่จำนวนมนุษย์ยังเท่าเดิม ระบบจะรองรับชีวิตของคนที่ไม่เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานอย่างไร
สิ่งที่ผมกังวลคือความเป็นไปได้ที่ ทรัพยากรมนุษย์จะเกิดภาวะเฟ้อ ในระดับโลก คนยังมีความรู้ ความสามารถ และความจำเป็นต้องดำรงชีวิตอยู่ แต่ระบบเศรษฐกิจอาจต้องการแรงงานน้อยกว่าจำนวนคนที่ต้องทำงานเพื่อหารายได้
คนยังต้องดำรงชีวิต แม้ระบบจะใช้แรงงานน้อยลง
ในมุมมองทางเศรษฐศาสตร์ ทรัพยากรที่มีมากเกินความต้องการย่อมสร้างแรงกดดันให้เกิดการปรับโครงสร้างเพื่อเข้าสู่สมดุลใหม่ ทว่าเมื่อนำกรอบนี้มาใช้กับคน ผลของการปรับตัวกระทบถึงชีวิตโดยตรง คนที่ไม่มีงานยังต้องกิน ต้องมีที่อยู่ และต้องมีทรัพยากรสำหรับดำรงชีวิต
การลดแรงงานในกระบวนการผลิตจึงทิ้งคำถามไว้ว่า ใครจะรับผิดชอบความเป็นอยู่ของคนที่ระบบไม่ต้องการจ้างงานอีกต่อไป โดยเฉพาะเมื่อ รายได้จากการทำงาน ยังเป็นเงื่อนไขหลักในการเข้าถึงสิ่งจำเป็นเหล่านั้น
ผลผลิตที่เพิ่มขึ้นอาจเดินสวนทางกับกำลังซื้อ
ลองพิจารณาความเป็นไปได้ต่อเนื่องกัน หาก AI ทำให้การผลิตใช้คนน้อยลง คนจำนวนหนึ่งอาจตกงานและสูญเสียรายได้ เมื่อ กำลังซื้อ ลดลง สินค้าและบริการที่ระบบผลิตได้มากขึ้นจะขายให้ใคร
หากเศรษฐกิจและฐานภาษีหดตัวตามไปด้วย รัฐก็อาจมีทรัพยากรน้อยลงสำหรับการศึกษาและบริการสาธารณะ โรงเรียนที่ขาดงบจ้างครูย่อมมีข้อจำกัดในการให้การศึกษาที่ดี เด็กที่พลาดโอกาสพัฒนาความรู้และทักษะก็อาจหางานได้ยากขึ้น ขณะที่งานที่เหลืออยู่ต้องการคนน้อยลงอีก
นี่คือวงจรที่ผมกังวลว่าอาจทำให้มนุษย์จำนวนมากค่อย ๆ หลุดออกจากระบบเศรษฐกิจ ตั้งแต่การสูญเสียงาน ไปจนถึงการสูญเสียโอกาสพัฒนาตนเองเพื่อกลับเข้าสู่ระบบ
สมดุลใหม่จะทำให้มนุษย์ทุกคนอยู่ได้หรือไม่
AI อาจสร้างงานใหม่และเพิ่มผลผลิตโดยรวมได้มหาศาลเช่นกัน แต่สิ่งที่เรายังไม่รู้คือ งานใหม่จะเกิดเร็วพอรองรับคนที่สูญเสียงานเดิมหรือไม่ และ ประโยชน์จากผลผลิตที่เพิ่มขึ้น จะไปถึงใครบ้าง
แม้ระบบเศรษฐกิจจะปรับเข้าสู่ สมดุลใหม่ ได้ ก็ยังต้องพิจารณาว่าสมดุลนั้นทำให้คนดำรงชีวิตได้อย่างไร หากการมีรายได้ยังผูกกับการมีงาน แต่ระบบต้องการแรงงานลดลง ชีวิตของคนที่เหลือจะถูกจัดวางไว้ตรงไหน
เมื่อโจทย์ของระบบกับชีวิตของมนุษย์ให้คำตอบต่างกัน
ผมนึกถึง Skynet ขึ้นมาในฐานะภาพเปรียบเทียบ หากกำหนดโจทย์ให้ระบบมีประสิทธิภาพสูงสุดเพียงอย่างเดียว การลดสิ่งที่ระบบมองว่าเป็นทรัพยากรส่วนเกินอาจดูสมเหตุสมผลในทางคณิตศาสตร์
ภาพเปรียบเทียบนี้ชวนให้กลับมาตรวจโจทย์ที่เราตั้งให้ระบบ คำตอบที่สอดคล้องกับเป้าหมายของระบบอาจนำไปสู่ผลที่มนุษย์อยู่ไม่ได้ และเราเองก็ยังไม่รู้ว่าคำตอบที่ทำให้ทั้งระบบและชีวิตมนุษย์อยู่ร่วมกันได้ควรเป็นอย่างไร