Archive

เมื่องานวิจัยเป็นภารกิจที่เลือกไม่ทำไม่ได้ ใครควรรับผิดชอบต้นทุน

ติดตามข้อเสนอทรัพยากรพื้นฐานสำหรับงานวิจัยที่ผู้เขียนแจ้งว่าได้รับการบรรจุเป็นวาระสภามหาวิทยาลัยเดือนตุลาคม พร้อมคำถามเรื่องต้นทุนที่องค์กรควรรับผิดชอบและความเป็นธรรมของการประเมินเมื่ออาจารย์ต้องทำผลงานตามเกณฑ์
หมวด: นโยบายวิจัย บุคลากร และสภามหาวิทยาลัย
วันที่โพสต์: 20 October 2026
ที่มา: Facebook post archive
research-supportresearch-policyfairnessuniversity-councilhigher-educationemployment-conditions
Rewritten Post
เมื่องานวิจัยเป็นภารกิจที่เลือกไม่ทำไม่ได้ ใครควรรับผิดชอบต้นทุน

ผมเสนอเรื่องทรัพยากรพื้นฐานสำหรับงานวิจัยเข้าวาระสภามหาวิทยาลัยเดือนกันยายนตั้งแต่กลางเดือนสิงหาคม ตอนนี้ได้รับการบรรจุเป็น วาระเดือนตุลาคม แล้ว กว่าจะได้คุย เนื้อหาก็เริ่มคลายความสดใหม่ เหมือนซื้อของอร่อยมาวางไว้จนเย็น แม้ความตื่นเต้นจะลดลง แต่ประเด็นที่ต้องพิจารณายังอยู่

เรื่องที่เสนอคือ เมื่อมหาวิทยาลัยกำหนดให้อาจารย์ต้องทำวิจัยและตีพิมพ์ ก็ควรจัด ทรัพยากรพื้นฐาน ให้ทำงานนั้นได้จริง ทั้งคอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ เครื่องมือ AI ฐานข้อมูล และค่าเผยแพร่ผลงานในกรณีที่จำเป็น ความคืบหน้าที่แจ้งในครั้งนี้คือการบรรจุวาระเพื่อพิจารณา

จะเป็นการลงทุนส่วนบุคคลได้แค่ไหน หากเลือกไม่ทำไม่ได้

ผมเข้าใจว่ามหาวิทยาลัยมีข้อจำกัดด้านงบประมาณ และเข้าใจมุมมองที่ว่าการทำผลงานเป็นการลงทุนของอาจารย์ เพราะอาจนำไปสู่ตำแหน่งทางวิชาการและเงินประจำตำแหน่งในอนาคต แต่จะเรียกว่าการลงทุนส่วนบุคคลได้เต็มที่เพียงใด หากอาจารย์ไม่มีทางเลือกว่าจะทำหรือไม่

เมื่อผลงานไม่ถึงเกณฑ์อาจส่งผลต่อการประเมินหรือการต่อสัญญา การลงทุนเพื่อทำผลงานจึงเกี่ยวข้องกับเงื่อนไขการทำงานที่องค์กรกำหนดด้วย ผลตอบแทนอาจเกิดกับตัวอาจารย์ แต่ความคาดหวังและเงื่อนไขมาจากมหาวิทยาลัย เรื่องนี้ควรถูกนำมาพิจารณาร่วมกัน

องค์กรควรตอบได้ว่ารับผิดชอบต้นทุนพื้นฐานของงานเพียงใด

ข้อเสนอของผมคือให้มหาวิทยาลัยกำหนดความรับผิดชอบต่อ ต้นทุนพื้นฐานของภารกิจ ให้ชัดเจน โดยยังพิจารณาข้อจำกัดและความจำเป็นของค่าใช้จ่ายแต่ละประเภท หากแต่ละคนต้องใช้กำลังทรัพย์ของตนทำงานให้องค์กร การประเมินก็ต้องพิจารณาว่าคนเหล่านั้นเข้าถึงทรัพยากรได้ต่างกันอย่างไร

ใน ข้อเสนอเดิมเรื่องค่าสนับสนุนการวิจัยขั้นพื้นฐาน ผมเสนอให้เริ่มจากข้อมูลจริง ทางเลือกเชิงนโยบาย และโครงการนำร่องหนึ่งปี รวมถึงพิจารณาว่าอะไรควรเป็นบริการกลาง สิทธิรายบุคคล หรือระบบร่วมจ่าย เพื่อหาวิธีที่เหมาะกับลักษณะสาขาและงาน

เป้าหมายจึงเป็นระบบที่เชื่อม ความคาดหวัง ทรัพยากร ระยะเวลา และความเป็นธรรม ให้สอดคล้องกัน ไม่ได้เสนอให้มหาวิทยาลัยรับค่าใช้จ่ายทุกอย่างให้ทุกคนโดยไม่มีเงื่อนไข

ยังมีเรื่องการคุ้มครองบุคลากรที่ต้องคุยต่อ

ในโพสต์นี้ผมยังตั้งคำถามถึงการไม่ต่อสัญญา ค่าชดเชย และความคุ้มครองของอาจารย์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นอีกประเด็นที่ตั้งใจจะนำมาพูดคุยแยกต่างหากต่อไป

สำหรับวาระทรัพยากรวิจัย อย่างน้อยผมหวังว่าเราจะได้ตอบให้ชัดว่า เมื่อองค์กรกำหนดให้คนต้องทำงานชิ้นหนึ่ง องค์กรจะรับผิดชอบเงื่อนไขที่ทำให้เขาทำงานนั้นได้อย่างไร และหวังว่ากว่าจะได้คุยกัน เรื่องนี้จะยังไม่เย็นชืดไปเสียก่อน

Original
ลิงก์อ้างอิง:
f
Original Facebook Post
เรื่องนี้ผมเสนอเข้าวาระสภามหาวิทยาลัยเดือนกันยายน ตั้งแต่กลางเดือนสิงหาคมครับ ตอนนี้ได้รับการบรรจุเป็นวาระเดือนตุลาคมแล้ว ไม่รู้ว่าเนื้อหาจะยังสดใหม่อยู่ไหม เรียนตามตรง เนื้อหามันเริ่ม “เซ็ง” แล้วครับ 555 เหมือนซื้อของอร่อยมาแล้ววางไว้นานจนเย็น กว่าจะได้กินก็หมดความตื่นเต้น สู้เรื่องประท้วงในฝรั่งเศสไม่ได้แล้ว แต่เอาเถอะ ไม่อร่อยเหมือนตอนทำใหม่ ๆ ก็คงยังพอกินได้ — เรื่องที่เสนอคือ เมื่อมหาวิทยาลัยกำหนดให้อาจารย์ต้องทำวิจัยและตีพิมพ์ ก็ควรจัดทรัพยากรพื้นฐานให้ทำงานนั้นได้จริง ทั้งคอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ เครื่องมือ AI ฐานข้อมูล และค่าเผยแพร่ผลงานในกรณีที่จำเป็น ผมเข้าใจนะครับว่ามหาวิทยาลัยก็มีข้อจำกัด จะหาเงินจากไหนมาจ่าย และเข้าใจมุมที่ว่า นี่เป็นการลงทุนของอาจารย์เอง เพราะวันหนึ่งก็ได้ตำแหน่งทางวิชาการ ได้เงินประจำตำแหน่ง แต่จะเรียกว่าเป็น “การลงทุนส่วนบุคคล” ได้เต็มปากแค่ไหน ถ้าเจ้าตัวไม่มีทางเลือกว่าจะลงทุนหรือไม่ เพราะถ้าไม่ทำ ผลงานไม่ถึงเกณฑ์ ก็อาจไม่ผ่านการประเมิน ไม่ได้รับการต่อสัญญา ผลตอบแทนในอนาคตอาจเป็นของอาจารย์ แต่เงื่อนไขที่บังคับให้ต้องทำ เป็นของมหาวิทยาลัยนะครับ — ผมไม่ได้เสนอให้มหาวิทยาลัยออกค่าใช้จ่ายทุกอย่างให้ทุกคน แต่อย่างน้อยควรตอบให้ได้ว่า เมื่อกำหนดให้คนต้องทำงานชิ้นหนึ่ง องค์กรรับผิดชอบต้นทุนพื้นฐานของงานนั้นแค่ไหน และจะประเมินอย่างเป็นธรรมได้อย่างไร ถ้าแต่ละคนต้องใช้กำลังทรัพย์ของตัวเองทำงานให้องค์กร ส่วนเรื่องไม่ต่อสัญญา อย่าคิดว่าจะมีค่าชดเชยเหมือนลูกจ้างทั่วไปนะครับ อิอิ ใครนะที่คิดว่าอาจารย์มหาวิทยาลัยไม่ควรได้รับความคุ้มครองแบบกฎหมายแรงงาน เอาเถอะ เรื่องนั้นว่ากันวันหลัง วาระอนาคต หวังว่ากว่าจะได้คุยกัน จะยังไม่เย็นชืดไปเสียก่อนครับ
โพสต์ที่แชร์ต่อ · 22 กันยายน 2569 เวลา 23:09 น.

เปิดโพสต์ที่แชร์ต่อบน Facebook

วาระ 5.1 การประชุมสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 9/2569 วันจันทร์ที่ 28 กันยายน 2569 ผมเสนอวาระเรื่อง “การจัดให้มีค่าสนับสนุนการทำวิจัยขั้นพื้นฐานเชิงนโยบาย เพื่อส่งเสริมการผลิตและเผยแพร่ผลงานวิชาการอย่างมีคุณภาพ เป็นธรรม และยั่งยืน” รายละเอียดอยู่ที่ลิงก์ในคอมเมนต์ หลักคิดของเรื่องนี้ค่อนข้างตรงไปตรงมา เมื่อมหาวิทยาลัยกำหนดให้การวิจัยและการตีพิมพ์เป็นส่วนหนึ่งของภารกิจ และในหลายกรณีนำไปใช้ในการประเมิน ต่อสัญญา หรือพิจารณาความก้าวหน้าในอาชีพ ก็ควรมีทรัพยากรพื้นฐานที่ทำให้บุคลากรสามารถทำภารกิจนั้นได้จริง ทรัพยากรพื้นฐานในวันนี้ไม่ได้มีเพียงโต๊ะทำงานหรือห้องปฏิบัติการ แต่รวมถึงเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เหมาะสม เครื่องมือและบริการ AI ซอฟต์แวร์ ฐานข้อมูล ตลอดจนค่าใช้จ่ายในการเผยแพร่ผลงาน (APC) ในกรณีที่จำเป็น ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่ว่า "มหาวิทยาลัยต้องออกค่าใช้จ่ายทุกอย่างให้ทุกคน" แต่คือเราควรมีระบบที่ตอบได้ว่า * อะไรคือทรัพยากรขั้นต่ำที่มหาวิทยาลัยควรจัดให้ * อะไรควรเป็นบริการกลาง อะไรควรเป็นสิทธิรายบุคคล หรือใช้ระบบร่วมจ่าย * การสนับสนุนควรแตกต่างกันอย่างไรตามลักษณะของสาขาและงาน * ถ้ามหาวิทยาลัยกำหนดความคาดหวังด้านผลงานไว้สูง ทรัพยากรและระยะเวลาที่จัดให้สอดคล้องกับความคาดหวังนั้นหรือไม่ * และหากผลงานตีพิมพ์มีผลต่อการต่อสัญญาหรือการจ้างงาน จะทำอย่างไรให้กระบวนการประเมินมีความเป็นธรรมและคำนึงถึงสิ่งที่บุคลากรควบคุมได้จริง ข้อเสนอจึงไม่ได้เสนอให้ตั้งงบประมาณก้อนใหญ่ขึ้นมาทันที แต่เสนอให้เริ่มจาก "ข้อมูลจริง ทางเลือกเชิงนโยบาย และโครงการนำร่องหนึ่งปี" แล้วติดตามผลทั้งด้านคุณภาพ ความคุ้มค่า และความเป็นธรรม ก่อนพิจารณาระยะยาว ผมคิดว่าหลักการหนึ่งที่ควรชัดคือ เมื่อองค์กรกำหนดความคาดหวังต่อผลงาน องค์กรก็ควรรับผิดชอบต่อเงื่อนไขและทรัพยากรที่ทำให้คนสามารถสร้างผลงานนั้นได้ด้วย วันที่ 28 กันยายนนี้ เป็นวาระเสนอให้สภามหาวิทยาลัยพิจารณาครับ
บทความอื่นที่เกี่ยวข้อง