เมื่อ Buffer ของครอบครัวหมดลง คนรุ่นใหม่จะพึ่งใคร
ข่าวการประท้วงในฝรั่งเศสทำให้ผมสงสัยว่า วันหนึ่งเมืองไทยจะเผชิญเหตุการณ์คล้ายกันหรือไม่ ผมมองว่าโครงสร้างสังคมของเราต่างจากเขาอยู่มาก โดยเฉพาะบทบาทของครอบครัวที่ยังช่วยรองรับปัญหาปากท้องของลูกหลาน
เมื่อเรียนจบแล้วไม่มีงาน รายได้ไม่พอ หรือตกงาน คนไทยจำนวนหนึ่งยังกลับไปอยู่บ้านและพึ่งพาพ่อแม่ได้ ครอบครัวจึงเป็น Buffer ที่ช่วยรับแรงกระแทก แต่ขณะเดียวกันก็อาจทำให้ปัญหาการว่างงานไม่ปรากฏชัดต่อระบบ เพราะภาระถูกเก็บไว้ภายในบ้าน
เมื่อคนหาเงินหลักเจ็บป่วย ครอบครัวอาจรับภาระต่อไม่ไหว
พ่อแม่อาจดูแลลูกที่เรียนจบแล้วได้อีกหลายปี แต่ถ้าคนหาเงินหลักป่วยหนัก รายได้หายไปพร้อมกับเงินเก็บที่ลดลง และคนดูแลอาจต้องหยุดทำงานตามไปด้วย ความช่วยเหลือที่เคยพึ่งได้จึงเปราะบางกว่าที่มองเห็น
จากเดิมที่พ่อแม่เลี้ยงลูก อาจกลายเป็นลูกต้องรับผิดชอบพ่อแม่ทั้งที่ยังเลี้ยงตนเองได้ยาก คำถามจึงอยู่ที่ ใครจะรับช่วงเมื่อครอบครัวช่วยไม่ไหว โดยเฉพาะเมื่อผู้ใหญ่แก่ลง แต่คนรุ่นใหม่ยังต้องพึ่งพาครอบครัวนานขึ้น
AI อาจทำให้บันไดขั้นแรกของการทำงานแคบลง
AI อาจไม่จำเป็นต้องทำให้อาชีพใดหายไปทั้งหมด แค่ทำให้บริษัทจ้างคนน้อยลงก็ส่งผลได้แล้ว โดยเฉพาะ งานระดับเริ่มต้น ที่เด็กจบใหม่เคยใช้ฝึกฝนและสะสมประสบการณ์
หากองค์กรใช้คนมีประสบการณ์เพียงไม่กี่คนทำงานร่วมกับ AI แทนการรับคนใหม่มาฝึกงานพื้นฐาน คนที่เพิ่งเรียนจบจะมีพื้นที่พัฒนาประสบการณ์จากที่ใด นี่เป็นอีกข้อกังวลที่อาจเพิ่มแรงกดดันต่อครอบครัวที่ยังต้องช่วยดูแล
เศรษฐกิจต้องหาทางสร้างงานเมื่อเทคโนโลยีใช้คนน้อยลง
ผมกังวลกับเศรษฐกิจที่ถนัดซื้อเทคโนโลยีมาใช้มากกว่าสร้างเอง รวมถึงธุรกิจซื้อขาย การท่องเที่ยว อาหาร และบริการที่พึ่งแรงงานจำนวนมาก งานเหล่านี้มีคุณค่า แต่เราต้องพิจารณาว่ากำลังสร้าง มูลค่าเพิ่มและความได้เปรียบทางเทคโนโลยี ของตนเองได้มากเพียงใด
หาก AI หุ่นยนต์ และระบบอัตโนมัติทำให้ธุรกิจใช้คนน้อยลง คนที่เคยทำงานเหล่านั้นจะย้ายไปทำอะไรต่อ แม้แต่วิถีชีวิตอย่างร้านอาหารข้างทางยามดึกก็อาจเปลี่ยนไปในอีก 10–20 ปี จากต้นทุนแรงงาน การบริโภค และวิธีทำธุรกิจที่เปลี่ยนแปลง
ความต้องการความมั่นคงไม่ได้สร้างตำแหน่งงานขึ้นมาเอง
ผมยังมองไม่ออกชัดว่าคนไทยจะไปทำงานอะไร และเดาว่าคนจำนวนหนึ่งอาจหันไปมองงานราชการมากขึ้นเพราะต้องการความมั่นคง แต่จำนวนตำแหน่งไม่ได้เพิ่มตามความต้องการ และงานราชการเองก็หลีกเลี่ยงผลของ AI ไม่ได้
หากคนเก่งจำนวนมากเลือกความมั่นคงแทนการสร้างกิจการ เราก็ต้องกลับมาถามว่าใครจะสร้างงานใหม่ให้ประเทศ ปัญหาจึงเชื่อมกันทั้งโอกาสของผู้จบใหม่ ความเสี่ยงของผู้ประกอบการ และความสามารถในการสร้างธุรกิจ
ความเงียบอาจซ่อนการหมดหวังที่ยาวนาน
ผมไม่แน่ใจว่าปัญหาปากท้องจะนำไปสู่การประท้วงแบบฝรั่งเศสหรือไม่ ในมุมผม การประท้วงใหญ่ในไทยมักเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งทางการเมืองด้วย ขณะที่ผู้ไม่มีงานหรือรายได้ไม่พออาจเลือกกลับบ้าน ประหยัด หางานเสริม และอดทนต่อไป
สิ่งที่ผมกังวลคือ คนที่ค่อย ๆ หมดหวังกับอนาคต จนอายุ 30–40 ปีแล้วยังซื้อบ้านไม่ได้ ไม่กล้าแต่งงาน ไม่อยากมีลูก หรือไม่เชื่อว่าชีวิตจะดีกว่ารุ่นพ่อแม่ ความเงียบจึงอาจไม่ได้หมายความว่าปัญหาคลี่คลาย และวันที่เงินเก็บกับกำลังของครอบครัวหมดลง เราจะมีอะไรรับช่วงต่อให้พวกเขา